1. การถ่ายภาพและวิดีโอ Vision AI ช่วยให้ Apple พัฒนาอัลกอริทึมการถ่ายภาพและวิดีโอที่ล้ำสมัย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายภาพและวิดีโอได้สวยงามและคมชัดยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ
-
- โหมดถ่ายภาพบุคคล: Vision AI ช่วยให้ iPhone สามารถแยกตัวแบบออกจากพื้นหลังได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลที่มีโบเก้สวยงาม
- Deep Fusion: Vision AI ช่วยให้ iPhone ถ่ายภาพหลายภาพพร้อมกัน และนำมารวมเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดคมชัด
- Smart HDR: Vision AI ช่วยให้ iPhone ปรับแสงเงาของภาพถ่ายให้สมดุลโดยอัตโนมัติ
2. ความเป็นจริงเสริม (AR) Vision AI ช่วยให้ Apple พัฒนาแอปพลิเคชัน AR ที่มีความสมจริงและใช้งานง่าย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ
-
- ARKit: ARKit เป็นแพลตฟอร์ม AR ของ Apple ที่ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างแอปพลิเคชัน AR ที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ
- Measure: แอปพลิเคชัน Measure ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวัดขนาดของวัตถุต่างๆ โดยใช้กล้อง iPhone
3. การเข้าถึง Vision AI ช่วยให้ Apple พัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้พิการสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้สะดวกยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ
-
- VoiceOver: VoiceOver เป็นฟีเจอร์อ่านหน้าจอที่ช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถใช้งาน iPhone ได้
- Zoom: Zoom เป็นฟีเจอร์ขยายหน้าจอที่ช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถมองเห็นหน้าจอ iPhone ได้ชัดเจนขึ้น
4. ความปลอดภัย Vision AI ช่วยให้ Apple พัฒนาฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ
-
- Face ID: Face ID เป็นระบบสแกนใบหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อก iPhone ได้อย่างปลอดภัย
5. ประสบการณ์ผู้ใช้ Vision AI ช่วยให้ Apple พัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้ที่ราบรื่นและสะดวกยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ
-
- Siri: Siri เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน iPhone โดยไม่ต้องใช้มือ
- QuickType: QuickType เป็นแป้นพิมพ์อัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้พิมพ์ข้อความได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น
แหล่งข้อมูล
- Apple Vision AI: Developer






