ShinyHunters: เจาะลึกกลุ่มแฮกเกอร์ที่เล่นงาน Google และใช้ AI ปลอมเสียงหลอกเหยื่อ!
เมื่อเร็วๆ นี้
Google ได้ออกประกาศเตือนผู้ใช้งานกว่า
2.5 พันล้านคน ให้เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย หลังเกิดเหตุการณ์
ข้อมูลรั่วไหล ครั้งใหญ่ผ่านแพลตฟอร์มจัดการลูกค้าอย่าง
Salesforce ซึ่งกลุ่ม
อาชญากรรมไซเบอร์ ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้คือ
ShinyHunters ที่กำลังได้รับความสนใจไปทั่วโลก บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับกลุ่ม
แฮกเกอร์ นี้ และเรียนรู้ว่าพวกเขามีวิธีที่แนบเนียนในการหลอกลวงได้อย่างไร
ShinyHunters คือใคร? จากปี 2020 ถึง 91 เหยื่อ
ShinyHunters เป็นกลุ่ม
อาชญากรรมไซเบอร์ ที่เริ่มปรากฏตัวในปี
2020 และอ้างว่าสามารถโจมตีเหยื่อได้แล้วถึง
91 ราย เป้าหมายหลักของพวกเขาคือการหาเงิน แต่ก็ไม่ลังเลที่จะสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัทที่ตกเป็นเหยื่อด้วยเช่นกัน
ก่อนหน้านี้
ShinyHunters มักจะใช้ช่องโหว่ทางเทคนิคในแอปพลิเคชันคลาวด์หรือฐานข้อมูลเว็บไซต์เพื่อเข้าถึง
ข้อมูลส่วนตัว แต่ล่าสุด พวกเขาได้เปลี่ยนกลยุทธ์มาใช้เทคนิคที่อันตรายกว่ามาก นั่นคือ
Social Engineering ซึ่งเป็นการหลอกลวงคนให้เปิดเผยข้อมูลเอง
การโจมตีรูปแบบใหม่: หลอกคนไม่ใช่ระบบ
Social Engineering คือศิลปะการหลอกลวงที่อาศัยจุดอ่อนด้านจิตวิทยาของมนุษย์ เพื่อให้เหยื่อทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ เช่น การบอกรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันตัวตน เทคนิคที่
ShinyHunters ใช้ในปัจจุบันเรียกว่า
"Vishing" ซึ่งย่อมาจาก
Voice Phishing หรือการหลอกลวงผ่านเสียง
ในกรณีของการโจมตี
Google ผ่าน
Salesforce อาชญากรจะปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีของบริษัท แล้วหลอกให้พนักงานเชื่อใจและยอมให้ข้อมูลสำคัญ รวมถึงรหัสยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (MFA) ซึ่งสิ่งที่ทำให้การหลอกลวงแบบ
Vishing น่ากลัวยิ่งขึ้นในยุคนี้คือการนำเทคโนโลยี
Deepfake และ
AI มาใช้ในการเลียนแบบเสียง ทำให้เสียงของอาชญากรฟังดูเหมือนเป็นคนที่เราไว้ใจได้จริงๆ
บริษัทใหญ่อย่าง
Qantas,
Pandora,
Adidas,
Chanel,
Tiffany & Co. และ
Cisco ต่างก็เคยตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยกลวิธีที่คล้ายคลึงกันนี้มาแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา
เมื่อมังกรสองหัวรวมร่าง: การจับมือของ ShinyHunters และ Scattered Spider
เมื่อไม่นานมานี้
ShinyHunters ได้ประกาศว่าพวกเขาได้ร่วมงานกับกลุ่ม
แฮกเกอร์ ชื่อดังอย่าง
Scattered Spider และ
Lapsus$ ซึ่งกลุ่มใหม่นี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น
Scattered Lapsus$ Hunters และเริ่มให้บริการ
"Ransomware as a Service" หรือการรับจ้างโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ให้กับกลุ่มอื่นๆ โดยพวกเขาอ้างว่าบริการของตนเหนือกว่าคู่แข่งอย่าง
LockBit และ
Dragonforce ด้วยซ้ำ ซึ่งการรวมกลุ่มกันนี้แสดงให้เห็นถึงการยกระดับของ
อาชญากรรมไซเบอร์ ที่อันตรายกว่าที่เคยเป็นมา
วิธีป้องกันตัวเองจากการหลอกลวงที่แนบเนียน
ในฐานะผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กร เราสามารถป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามเหล่านี้ได้:
- สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
- ตั้งข้อสงสัยอยู่เสมอ: หากมีคนโทรมาขอข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่าน ให้สงสัยไว้ก่อน
- อย่าให้ข้อมูลที่สำคัญ: ไม่มีบริษัทที่น่าเชื่อถือแห่งไหนจะขอรหัสผ่านหรือข้อมูลส่วนตัวผ่านการโทรศัพท์
- ใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (MFA): การใช้ MFA ที่ต้องใช้แอปพลิเคชันยืนยันตัวตน เช่น การจับคู่ตัวเลข หรือการยืนยันตำแหน่งที่ตั้ง จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก
- สำหรับองค์กรและบริษัท
- ฝึกอบรมพนักงาน: จัดอบรมให้พนักงานรู้จักเทคนิค Social Engineering และมีสถานการณ์จำลองให้ฝึกฝน
- ใช้มาตรการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม: เช่น การขอให้พนักงานโชว์บัตรประจำตัวผ่านกล้อง หรือถามคำถามที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ง่ายๆ จากข้อมูลสาธารณะ
- ลงทุนในความปลอดภัย: ใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนที่ป้องกัน phishing ได้จริง
คำถามที่พบบ่อย
- Q: ShinyHunters แฮก Google ได้อย่างไร?
- A: พวกเขาโจมตีผ่านช่องโหว่ของแพลตฟอร์ม Salesforce ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Google โดยใช้วิธีหลอกลวงพนักงาน
- Q: ข้อมูลส่วนตัวของเราที่ใช้บริการ Google ปลอดภัยหรือไม่?
- A: ทางที่ดีควรเปลี่ยนรหัสผ่านและเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (MFA) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
- Q: Social Engineering คืออะไร?
- A: เป็นเทคนิคการหลอกลวงทางจิตวิทยาเพื่อหลอกให้บุคคลเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับหรือทำตามคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง
บทสรุป
การโจมตีของ
ShinyHunters ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญว่า
อาชญากรรมไซเบอร์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเจาะระบบที่ซับซ้อนอีกต่อไป แต่ได้พัฒนามาเป็นการโจมตีจุดอ่อนที่สำคัญที่สุด นั่นคือ
มนุษย์ การสร้างความตระหนักรู้และเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคที่
AI เข้ามามีบทบาทในโลกดิจิทัล
แชร์บทความนี้ ให้เพื่อนๆ เพื่อช่วยกันรู้ทัน ภัยไซเบอร์! และ
แสดงความคิดเห็น ว่าคุณเคยเจอการหลอกลวงออนไลน์ในรูปแบบไหนบ้าง?