ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการ FinTech เมื่อ PayPal Holdings Inc. (PYPL) ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินออนไลน์ ได้ประกาศแผนและยื่นเอกสารเพื่อขอจัดตั้งธนาคารในสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสัญญาณว่า PayPal พร้อมแล้วที่จะลงสนามการเงินเต็มตัว ไม่ใช่แค่เป็นเพียงตัวกลางการจ่ายเงินอีกต่อไป

1. ข้อมูลเกี่ยวกับ PayPal ยื่นขอจดทะเบียนเป็นธนาคาร

• PayPal ได้ยื่นใบสมัครต่อ กรมสถาบันการเงินแห่งรัฐยูทาห์ (Utah Department of Financial Institutions) และ บรรษัทประกันเงินฝาก หรือการรวมกันเข้าหุ้นส่วนทำการค้า แห่งรัฐบาลกลาง (FDIC)

• รูปแบบที่ยื่นขอคือการจัดตั้ง "บริษัทเงินกู้เพื่ออุตสาหกรรม" (Industrial Loan Company - ILC) ซึ่งเป็นสถานะธนาคารรูปแบบหนึ่งที่อนุญาตให้บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินดั้งเดิมสามารถให้บริการด้านการธนาคารบางประเภทได้

• ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนเทรนด์ใหญ่ของบริษัท FinTech และบริษัท Cryptocurrency ที่พยายามขอใบอนุญาตธนาคาร (Banking Charters) เพื่อขยายขีดความสามารถของธุรกิจ

2. สาเหตุที่ PayPal ยื่นขอจดทะเบียนเป็นธนาคาร

• ใช้ประโยชน์จากกฎระเบียบ : PayPal ต้องการใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในปัจจุบันที่เอื้ออำนวยมากขึ้น

• ลดการพึ่งพาคนอื่น (Reduce Dependency) : ปัจจุบันบริการทางการเงินหลายอย่างของ PayPal (เช่น การปล่อยสินเชื่อ) ต้องทำผ่านธนาคารพันธมิตร (Third-party banks) การมีใบอนุญาตเองจะทำให้ PayPal ลดการพึ่งพาธนาคารเหล่านี้ลงได้

• ต้องการขยายธุรกิจ : เพื่อขยายศักยภาพทางธุรกิจให้ครอบคลุมและครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องติดข้อจำกัดของการเป็นเพียงผู้ให้บริการ Payment Gateway

3. หลังจาก PayPal เป็นธนาคาร จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

หากการยื่นขออนุญาตครั้งนี้ได้รับการอนุมัติ สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ:
• การปล่อยสินเชื่อโดยตรง : PayPal จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการสินเชื่อแก่ ธุรกิจขนาดเล็ก (Small Businesses) ในสหรัฐฯ ได้โดยตรง

• บัญชีเงินฝากมีดอกเบี้ย : PayPal มีแผนที่จะเสนอ บัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย (Interest-bearing savings accounts) แก่ลูกค้า ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถ "ฝากเงิน" ไว้กับ PayPal เพื่อกินดอกเบี้ยได้เหมือนธนาคารทั่วไป

• ความต่อเนื่องของบริการ : ตั้งแต่ปี 2013 PayPal ได้ให้บริการสินเชื่อและการจัดหาเงินทุนไปแล้วกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ การเป็นธนาคารจะช่วยให้ยอดเงินส่วนนี้เติบโตและบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น

4. การเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้ที่เป็นไปได้

• Eco-system ที่ครบวงจร : PayPal จะไม่ได้เป็นแค่แอปจ่ายเงิน แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางการเงินที่ครบจบในที่เดียว (Super App ทางการเงิน) ทั้งรับเงิน จ่ายเงิน ฝากเงินกินดอกเบี้ย และกู้เงิน

• กำไรที่เพิ่มขึ้น : การลดต้นทุนที่ต้องจ่ายให้ธนาคารคนกลาง จะช่วยให้อัตรากำไรของบริษัทดีขึ้น

• การแข่งขันที่ดุเดือด : ธนาคารดั้งเดิมจะเจอกับคู่แข่งที่น่ากลัว เพราะ PayPal มีฐานข้อมูลลูกค้ามหาศาล และมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่เหนือกว่าธนาคารทั่วไป

ติดตามข่าวสารการเงิน เทคโนโลยี และการลงทุนได้ที่ : 💻 Blog.ttt-website แหล่งรวมบริการข่าวสาร โปรโมทข่าวสาร รีวิวเว็บไซต์เจาะลึก เขียนรีวิวเกม และรีวิวเทคโนโลยี เพื่อให้คุณก้าวทันโลกดิจิทัลไปพร้อมกับเรา!