แฮกเกอร์ DPRK ใช้กลลวงสมัครงาน ส่งมัลแวร์ BeaverTail ขโมยข้อมูลในวงการ Crypto
ในโลกที่การทำงานแบบรีโมทและอุตสาหกรรมคริปโตกำลังเติบโต ภัยคุกคามไซเบอร์ก็ซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ มีรายงานจากนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับ
เกาหลีเหนือ (DPRK) ได้ใช้กลอุบายหลอกลวงที่เรียกว่า
"ClickFix" เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์อันตรายอย่าง
"BeaverTail" และ
"InvisibleFerret" โดยพุ่งเป้าหมายไปที่ผู้ที่กำลังมองหางานในอุตสาหกรรมคริปโตและธุรกิจค้าปลีก
Contagious Interview: ปฏิบัติการหลอกลวงที่แนบเนียน
การโจมตีล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่มีชื่อว่า
"Contagious Interview" ซึ่งกลุ่มแฮกเกอร์
DPRK ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี
2022 โดยก่อนหน้านี้พวกเขาจะพุ่งเป้าไปที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ในครั้งนี้ได้ขยายเป้าหมายไปสู่บทบาทงานด้านการตลาดและการซื้อขายในองค์กร
Web3
กลลวงที่ใช้มีความแนบเนียนอย่างมาก โดยแฮกเกอร์จะสร้างเว็บไซต์รับสมัครงานปลอมบนแพลตฟอร์มอย่าง
Vercel และหลอกให้ผู้ใช้งานเข้ารับการประเมินงานผ่านวิดีโอ เมื่อเหยื่อเข้าสู่เว็บไซต์ ระบบจะแจ้งข้อผิดพลาดปลอมเกี่ยวกับไมโครโฟน และขอให้เหยื่อรันคำสั่งบางอย่างเพื่อ "แก้ไข" ปัญหา ซึ่งแท้จริงแล้วคำสั่งนั้นคือการติดตั้งมัลแวร์
BeaverTail ลงในเครื่องของเหยื่อทันที
BeaverTail และ InvisibleFerret: มัลแวร์จอมขโมย
มัลแวร์
BeaverTail ทำหน้าที่เป็น
information stealer หรือมัลแวร์ขโมยข้อมูล ที่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญต่างๆ จากเครื่องของเหยื่อ และยังทำหน้าที่เป็น
downloader เพื่อติดตั้งมัลแวร์ตัวที่สองอย่าง
InvisibleFerret ซึ่งเป็น
backdoor ที่ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถควบคุมเครื่องของเหยื่อจากระยะไกลได้
ในแคมเปญล่าสุดนี้
BeaverTail มีการปรับปรุงให้เล็กลงและเน้นการขโมยข้อมูลจาก
web browser เพียงบางส่วนเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบว่ามีการใช้เทคนิคการเข้ารหัสไฟล์ด้วยรหัสผ่าน ซึ่งเป็นวิธีการใหม่ที่แฮกเกอร์กลุ่มนี้เพิ่งนำมาใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากระบบรักษาความปลอดภัย
การปรับตัวของแฮกเกอร์: จากการโจมตีเฉพาะทางสู่เป้าหมายที่กว้างขึ้น
รายงานจาก
GitLab Threat Intelligence ระบุว่า การโจมตีในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของกลุ่มแฮกเกอร์
DPRK ที่ขยายขอบเขตการโจมตีจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไปสู่เป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงกลุ่มที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคมากนัก เช่น ผู้ที่ทำงานด้านการตลาดหรือการขายในอุตสาหกรรมคริปโต
การที่แฮกเกอร์เลือกใช้มัลแวร์แบบ
compiled binary ที่สามารถทำงานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ
Windows,
macOS และ
Linux ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงเหยื่อได้ในวงกว้างขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับภัยคุกคามนี้
- Q: มัลแวร์ BeaverTail คืออะไร?
- A: เป็นมัลแวร์ขโมยข้อมูลที่ใช้ในการโจมตีแบบหลอกลวง
- Q: ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าตกเป็นเหยื่อหรือไม่?
- A: หากคุณเคยสมัครงานในอุตสาหกรรมคริปโตและถูกขอให้รันคำสั่งที่ไม่คุ้นเคย ควรตรวจสอบระบบความปลอดภัยของเครื่องทันที
- Q: ฉันจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร?
- A: ควรระมัดระวังเมื่อได้รับข้อเสนอสมัครงานที่ไม่น่าเชื่อถือ หลีกเลี่ยงการรันสคริปต์หรือคำสั่งที่ไม่รู้จัก และติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ที่มีประสิทธิภาพ
สรุป: ต้องระวังการหลอกลวงในทุกรูปแบบ
การโจมตีด้วยมัลแวร์
BeaverTail ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่เตือนให้เห็นว่า ภัยไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงการเทคนิคอีกต่อไป การหลอกลวงที่มาในรูปแบบของการสมัครงานเป็นกลวิธีที่แนบเนียนและอันตรายอย่างยิ่ง การตระหนักรู้และระมัดระวังในทุกขั้นตอนของการใช้งานออนไลน์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการปกป้องข้อมูลและตัวคุณเองจากอาชญากรไซเบอร์
หากคุณกังวลเรื่องภัยไซเบอร์
สมัครรับข่าวสาร เพื่ออัปเดตภัยใหม่ๆ
แชร์บทความนี้ ให้เพื่อนในวงการ crypto หรือแสดงความคิดเห็นว่าคุณเคยเจอกลโกงแบบนี้ไหม เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์!