1. ประชาชนในรัสเซียไม่สามารถเข้าถึง Facebook และ Instagram ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ประชาชนในรัสเซียไม่สามารถเข้าถึง Facebook และ Instagram ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม หลังจากที่ศาลรัสเซียตัดสินให้ Meta บริษัทแม่ของทั้งสองแพลตฟอร์ม เป็น "องค์กรหัวรุนแรง"
การปิดกั้นนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในรัสเซียอย่างมาก เพราะ Facebook และ Instagram เป็นช่องทางการสื่อสารและรับข้อมูลข่าวสารที่สำคัญสำหรับผู้คนจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการเข้าถึง Facebook และ Instagram ในรัสเซียอยู่บ้าง เช่น การใช้ VPN หรือ Tor แต่การใช้วิธีการเหล่านี้อาจมีความเสี่ยงและผิดกฎหมายของรัสเซีย
นอกจาก Facebook และ Instagram แล้ว ยังมีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ อีกหลายแห่งที่ถูกปิดกั้นในรัสเซีย เช่น Twitter, TikTok, YouTube และ Telegram
การปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ เป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนในรัสเซีย
2. พนักงาน Meta ในรัสเซียต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมาย
พนักงาน Meta ในรัสเซียต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมายหลายประการหลังจากที่รัสเซียประกาศให้ Meta เป็น "องค์กรหัวรุนแรง" (extremist organisation)
ความเสี่ยงทางกฎหมายที่พนักงาน Meta ในรัสเซียต้องเผชิญ
-
- การถูกดำเนินคดีอาญา พนักงาน Meta อาจถูกดำเนินคดีอาญาฐาน "เผยแพร่ข้อมูลเท็จ" หรือ "ยุยงให้เกิดความเกลียดชัง"
- การถูกจับกุม พนักงาน Meta อาจถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซีย
- การถูกปรับ พนักงาน Meta อาจถูกปรับเงินโดยรัฐบาลรัสเซีย
- การถูกไล่ออก พนักงาน Meta อาจถูกไล่ออกจากงาน
- การถูกจำกัดเสรีภาพ พนักงาน Meta อาจถูกจำกัดเสรีภาพในการเดินทาง การสื่อสาร และการชุมนุม
สถานการณ์ปัจจุบัน
-
- พนักงาน Meta หลายคนในรัสเซียได้ลาออกจากงานและย้ายออกจากประเทศ
- พนักงาน Meta ที่เหลืออยู่ในรัสเซียต้องทำงานอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย
- สหภาพแรงงานนานาชาติได้เรียกร้องให้รัสเซียยุติการดำเนินคดีต่อพนักงาน Meta
Meta สูญเสียรายได้จากการดำเนินงานในรัสเซียเป็นจำนวนมาก โดยประมาณการ
-
- รายได้ ในไตรมาสแรกของปี 2022 Meta รายงานว่าสูญเสียรายได้ไป 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการถอนตัวออกจากตลาดรัสเซีย
- ผู้ใช้งาน จำนวนผู้ใช้งาน Facebook ในรัสเซียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลต่อศักยภาพในการทำรายได้จากโฆษณา
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสูญเสียรายได้
-
- การถูกแบน รัสเซียแบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของ Meta เช่น Facebook และ Instagram ส่งผลให้ผู้ใช้งานในรัสเซียไม่สามารถเข้าถึงได้
- การถอนตัวของบริษัท หลายบริษัทในรัสเซียและต่างประเทศได้ระงับการโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Meta ส่งผลต่อรายได้จากโฆษณา
- เศรษฐกิจ เศรษฐกิจรัสเซียที่ซบเซา ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลต่อศักยภาพในการทำรายได้จากโฆษณา
4. เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
การประกาศให้ Meta เป็นองค์กรหัวรุนแรงโดยรัสเซีย ได้สร้างความกังวลในหลายประเด็น เกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
ประเด็นสำคัญ
-
- การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก การปิดกั้นการเข้าถึง Facebook และ Instagram ในรัสเซีย ถือเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ประชาชนสูญเสียช่องทางในการติดต่อสื่อสาร แบ่งปันข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับรู้ข่าวสาร
- การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ประชาชนในรัสเซียจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากแหล่งต่างๆ บนโลกออนไลน์ได้ยากขึ้น โดยเฉพาะข่าวสารจากต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองและความเข้าใจต่อสถานการณ์ต่างๆ
- การปิดกั้นการตรวจสอบ การจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อาจทำให้ประชาชนในรัสเซียเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และอาชญากรรมสงครามได้ยากขึ้น
- การกลั่นแกล้งสื่อ นักข่าวและนักวิจารณ์ในรัสเซียที่ใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร หรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล อาจเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมายที่เพิ่มมากขึ้น
ตัวอย่างของความกังวล
-
- นักสิทธิมนุษยชนกังวลว่า การปิดกั้น Facebook และ Instagram จะจำกัดความสามารถของพวกเขาในการติดตามและรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัสเซีย
- ผู้เชี่ยวชาญด้านเสรีภาพในการพูด กังวลว่า ประชาชนในรัสเซียจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายได้น้อยลง และมีความเสี่ยงที่จะถูกควบคุมข้อมูลข่าวสารโดยรัฐบาล
- นักธุรกิจกังวลว่า การปิดกั้นแพลตฟอร์มเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อธุรกิจ และเศรษฐกิจของรัสเซีย






