รัสเซียครองอันดับหนึ่งในดัชนีอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วโลกจากการศึกษาล่าสุด
จากการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS One รัสเซียถูกจัดอันดับให้เป็นแหล่งที่มาของภัยคุกคามอาชญากรรมไซเบอร์อันดับหนึ่ง [การศึกษาด้านอาชญากรรมไซเบอร์โดย Oxford และ UNSW] ดัชนีอาชญากรรมไซเบอร์โลก (World Cybercrime Index) ซึ่งสร้างโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) แคนเบอร์รา วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมไซเบอร์เกือบ 100 คนทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ถูกขอให้ระบุประเทศที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นแหล่งที่มาของอาชญากรรมไซเบอร์ประเภทต่างๆ มากที่สุด โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ผลกระทบของอาชญากรรม ความเป็นมืออาชีพของอาชญากร และทักษะทางเทคนิคของพวกเขา
ผลการศึกษาพบว่า
-
- รัสเซียเป็นแหล่งที่มาของภัยคุกคามอาชญากรรมไซเบอร์อันดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านมัลแวร์ การโจมตีแบบฟิชชิ่ง และการโจมตีทางไซเบอร์
- จีนอยู่อันดับสอง รองลงมาจากรัสเซีย
- สหรัฐอเมริกาอยู่อันดับสาม
- บราซิลอยู่อันดับสี่
- อินเดียอยู่อันดับห้า
นักวิจัยกล่าวว่า
-
- ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้นเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์
- รัฐบาลควรลงทุนในมาตรการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ และควรให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยคุกคามไซเบอร์
- ธุรกิจควรดำเนินการเพื่อปกป้องข้อมูลของตนจากการโจมตีทางไซเบอร์
ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ในรัสเซีย
-
- รัสเซียมีประวัติยาวนานเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ในรัสเซียมีทักษะสูงและมีความซับซ้อน โดยมักพุ่งเป้าไปที่บุคคล ธุรกิจ และรัฐบาลทั่วโลก
- รัฐบาลรัสเซียถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลรัสเซียสนับสนุนกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ หรือใช้พวกเขาเพื่อดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์ต่อศัตรู
- อาชญากรรมไซเบอร์สร้างความเสียหายอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก การโจมตีทางไซเบอร์จากรัสเซียสร้างความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์ต่อธุรกิจและรัฐบาลทั่วโลก
- มีการดำเนินการเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ในรัสเซีย รัฐบาลรัสเซียได้ดำเนินการบางอย่างเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ
ตัวอย่างเหตุการณ์อาชญากรรมไซเบอร์ที่มีชื่อเสียงในรัสเซีย
-
- การโจมตีทางไซเบอร์ต่อ Sony Pictures Entertainment ในปี 2015 กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่เชื่อกันว่ามีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซียได้โจมตี Sony Pictures Entertainment ขโมยข้อมูลประจำตัวและข้อมูลลับอื่นๆ
- การแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2016 หน่วยข่าวกรองของรัสเซียถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2016 โดยใช้การโจมตีทางไซเบอร์และการโฆษณาชวนเชื่อออนไลน์
- การโจมตีทางไซเบอร์ SolarWinds ในปี 2020 กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่เชื่อกันว่ามีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซียได้โจมตี SolarWinds บริษัทซอฟต์แวร์, แฮ็กเข้าถึงซอฟต์แวร์ของบริษัทและแพร่กระจายมัลแวร์ไปยังลูกค้าของ SolarWinds ซึ่งรวมถึงหน่วยงานรัฐบาลและบริษัทใหญ่ๆ
รูปแบบอาชญากรรมไซเบอร์ที่พบบ่อยในรัสเซีย
-
- การโจมตีแบบ Ransomware แฮ็กเกอร์เข้ารหัสข้อมูลของเหยื่อและเรียกค่าไถ่เพื่อปลดล็อกข้อมูล
- การโจมตีแบบ Phishing แฮ็กเกอร์ปลอมแปลงเป็นบุคคลหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือเพื่อหลอกล่อให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือทางการเงิน
- การโจมตีแบบ Supply Chain แฮ็กเกอร์โจมตีเป้าหมายผ่านซัพพลายเออร์หรือตัวแทนของพวกเขา
- การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แฮ็กเกอร์โจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โครงข่ายไฟฟ้าหรือระบบขนส่ง
ผลกระทบจากอาชญากรรมไซเบอร์
-
- ความเสียหายทางการเงิน เหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์อาจสูญเสียเงินหรือทรัพย์สิน
- ความเสียหายต่อชื่อเสียง ข้อมูลส่วนตัวของเหยื่ออาจถูกขโมยและนำไปใช้ในทางที่ผิด
- ความเสียหายทางจิตใจ เหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์อาจรู้สึกเครียด กังวล หรือหวาดกลัว
ความพยายามของรัสเซียในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์
-
- รัสเซียมีหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ เช่น กระทรวงกิจการภายในและหน่วยข่าวกรอง
- รัสเซียมีกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าถูกใช้เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก
- รัสเซียถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์
แนวทางในการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์
-
- อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนที่จะโอนเงินหรือทำธุรกรรมใดๆ
- ใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ และอย่าใช้รหัสผ่านเดียวกันกับหลายเว็บไซต์
- ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส อัปเดตโปรแกรมป้องกันไวรัสอยู่เสมอ
- ระมัดระวังในการใช้งานโซเชียลมีเดีย อย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป
บทสรุป
อาชญากรรมไซเบอร์เป็นปัญหาใหญ่ในรัสเซีย อาชญากรรมเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจโลก คุกคามความปลอดภัยของบุคคลและองค์กร และเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยและเสถียรภาพ รัฐบาลรัสเซียจำเป็นต้องทำมากขึ้นเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์






