เทคโนโลยี Connected Ball ในศึกยูโร 2024 ลูกฟุตบอลอัจฉริยะเพื่อการตัดสินที่แม่นยำยิ่งขึ้น
ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปปี 2024 หรือ ยูโร 2024 ที่กำลังแข่งขันอย่างดุเดือด มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำสมัยอย่าง Connected Ball Technology มาผสมผสานกับลูกฟุตบอล "Fussballliebe" ลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์นี้
Connected Ball Technology เปรียบเสมือนการนำเอาสมองกลมาใส่ไว้ในลูกฟุตบอล โดยภายในลูกบอลมีเซ็นเซอร์ IMU (Inertial Measurement Unit) ฝังอยู่ เซ็นเซอร์นี้ทำหน้าที่วัดค่าการเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอลถึง 500 ครั้งต่อวินาที เปรียบเสมือนดวงตาที่คอยจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของลูกหนังแล้วข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างไร?
-
การตัดสินล้ำหน้าที่แม่นยำยิ่งขึ้น ระบบจะคำนวณระยะห่างระหว่างลูกบอลกับผู้เล่นฝ่ายรุกและแนวป้องกันโดยอัตโนมัติ เปรียบเสมือนการลากเส้นออฟไซด์แบบดิจิทัล ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการตัดสินด้วยสายตาของผู้ตัด ยกตัวอย่างกรณีที่ผู้เล่นฝ่ายรุก 2 คนวิ่งขึ้นไปพร้อมกัน เทคโนโลยีนี้จะสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าใครอยู่ล้ำหน้า ตัดปัญหาการถกเถียงและความขัดแย้ง
-
การวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอล ข้อมูลจากเซ็นเซอร์สามารถนำไปวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอล เปิดประตูสู่ความรู้ใหม่เกี่ยวกับกลไกการเตะและการยิงประตู ผู้เชี่ยวชาญสามารถนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์ว่าทำไมลูกบอลถึงพุ่งไปทิศทางนั้น หมุนแบบนั้น โค้งแบบนี้ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อทั้งโค้ช นักเตะ และผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬา ช่วยพัฒนากลยุทธ์การเล่น เทคนิคการเตะ และออกแบบอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
การตัดสินที่รวดเร็วขึ้น ระบบสามารถประมวลผลข้อมูลและส่งผลลัพธ์ไปยังห้องควบคุม VAR ได้รวดเร็ว ช่วยให้ผู้ตัดตัดสินได้ฉับไวขึ้น ลดระยะเวลาการเช็ค VAR ทำให้เกมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างการใช้งาน Connected Ball Technology
- ในนัดชิงชนะเลิศระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษ มีจังหวะที่ผู้เล่นฝรั่งเศสยิงประตู แต่ผู้ตัดเป่าแฮนด์บอล จากการดูภาพ VAR พบว่าปลายนิ้วของผู้เล่นฝรั่งเศสสัมผัสโดนลูกบอลก่อนยิง ประตูจึงไม่ถูกนับ ในกรณีนี้ เทคโนโลยี Connected Ball Technology ช่วยให้ตัดสินได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจส่งผลต่อผลแพ้ชนะของเกม
- Snickometer เทคโนโลยีนี้ช่วยวัดความเร็วของลูกฟุตบอลในขณะสัมผัสกับมือ เปรียบเสมือนการวัดพลังงานของลูกบอล มีประโยชน์สำหรับการตัดสินจังหวะแฮนด์บอลที่ยากลำบาก ช่วยให้ผู้ตัดตัดสินได้แม่นยำยิ่งขึ้น Snickometer ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในยูโร 2024 และกลายเป็นที่จับตามองว่าจะช่วยลดข้อโต้แย้งจากการตัดสินแฮนด์บอลได้จริงหรือไม่
-
VAR (Video Assistant Referee) ระบบ VAR ยังคงมีบทบาทสำคัญในยูโร 2024 โดยถูกนำมาใช้เพื่อทบทวนจังหวะการตัดสินที่สำคัญ เช่น ประตู , ลูกโทษ , ใบแดงใบเหลือง เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ตัดมีมุมมองที่หลากหลาย วิเคราะห์จังหวะได้ช้าๆ และตัดสินได้อย่างรอบคอบมากขึ้น
-
โดรนติดตามลูกบอล ในบางสนามแข่ง มีการใช้โดรนติดตามการเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอล มุมมองจากโดรนช่วยให้ผู้ชมทางทีวีได้เห็นภาพรวมของเกมที่กว้างขึ้น และสามารถจับภาพจังหวะสำคัญๆ ได้อย่างชัดเจน
-
เทคโนโลยีเส้นโกล เทคโนโลยีเส้นโกลยังคงถูกใช้ในยูโร 2024 ระบบนี้ช่วยตัดสินว่าลูกฟุตบอลทั้งลูกข้ามเส้นประตูหรือไม่ ช่วยลดข้อกังขาจากกรณีลูกบอลพุ่งชนคานประตูหรือขอบประตู
-
ระบบติดตามผู้เล่น ระบบนี้ติดตามการเคลื่อนที่ของผู้เล่นทุกคนบนสนาม ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อเก็บสถิติต่างๆ เช่น ระยะทางที่ผู้เล่นวิ่ง จำนวนการสัมผัสลูกบอล ตำแหน่งการยืน ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อทั้งโค้ชและนักเตะ ช่วยวิเคราะห์กลยุทธ์ วางแผนการเล่น และพัฒนาทักษะ






